ที่ตั้งและอาณาเขตการปกครอง อำเภอขนอม ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอ่าวไทย ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวไทย ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสิชล ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอดอนสัก (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) อำเภอขนอม แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 ตำบล 34 หมู่บ้านได้แก่ ตำบลขนอม มีจำนวน 14 หมู่บ้าน รูปแบบ การปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบลขนอม และเทศบาลตำบลขนอม ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลขนอม ตำบลท้องเนียนมีจำนวน 8 หมู่บ้าน รูปแบบการปกครอง เทศบาลตำบลท้องเนียน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท้องเนียนทั้งตำบล ตำบลควนทอง มีจำนวน 12 หมู่บ้าน รูปแบบการปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบลควนทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลควนทองทั้งตำบล
พื้นที่ 433.9 ตารางกิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยว อำเภอขนอมเป็นอำเภอที่มีชายหาดที่สวยงามและชายหาดยาวที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ชายหาดที่มีชื่อเสียงมากในปัจจุบันคือหาดในเพลา หาดแขวงเภา แหลมประทับซึ่งเป็นจุดชมปลาโลมาสีชมพู น้ำตกเสม็ดชุน ถ้ำเขาวังทอง ถ้ำเขากรด บ่อน้ำจืดหลวงพ่อทวด นอกจากนี้ยังมีวัดเก่าแก่คือวัดกระดังงา วัดเจดีย์หลวง
ของฝากขึ้นชื่อในอำเภอขนอม กะปิซึ่งทำจากกุ้งแท้ 100% แก้วมังกรซึ่งได้ชื่อว่าอร่อยที่สุด แคนตาลูป ซึ่งขึ้นชื่อลือชาในรสชาด
คำขวัญอำเภอขนอม ขนอมพร้อมมูล เทิดทูนคุณธรรม
ประวัติพระธาตุเจดีย์ปะการัง
พระธาตุเจดีย์ปะการังวัดจันท์ธาตุธารามหรือวัดเขาธาตุมีเจดีย์ปะการังประดิษฐานอยู่บนเขาธาตุตามตำนานกล่าวว่าเจดีย์ได้ทำการก่อสร้างหลังจากสร้างพระบรมธาตุ เมืองนครศรีธรรมราชเสร็จเรียบร้อยโดยผู้มีจิตศรัทธาจากเมืองไชยาได้รวบรวมเงินทองและของมีค่าต่างๆเพื่อไปบรรจุที่พระบรมธาตุเมืองนครแต่ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้มีจิตศรัทธาดังกล่าวจึงได้ร่วมใจกันสร้างเจดีย์ขึ้นบนเขาธาตุซึ่งสร้างด้วยหินปะการังทั้งองค์องค์เจดีย์เป็นรูปโองคว่ำมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ5–6เมตรรอบๆเจดีย์มีพระพุทธรูปแกะสลักหินทรายแดงประดิษฐานบริเวณเจดีย์เชื่อว่าคงเป็นแหล่งอารยธรรมทางด้านพุทธศาสนาในบริเวณอ่าวทางตอนเหนือของคาบสมุทรนี้อยู่สมัยหนึ่ง
“บ่อน้ำทะเลจืด” กลางทะเลบริเวณเขานุ้ย หน้าเกาะท่าไร่ ลักษณะเป็น บ่อน้ำรูปรอยเท้าเล็กๆ สองบ่ออยู่ใกล้กัน บ่อหนึ่งคล้ายรอยเท้าซ้าย และอีกบ่อหนึ่งคล้ายรอยเท้าขวา เมื่อน้ำทะเลขึ้นสองบ่อน้ำเล็กๆ นี้จะจมอยู่ใต้น้ำ น้ำทะเลจะสูงจรดขอบเขานุ้ย และเมื่อน้ำทะเลลงหาดเล็กๆ รอบเขานุ้ยก็จะเกิดขึ้นพร้อมกับรอยเท้าเล็กๆ สองรอยนี้ น้ำในรอยเท้าเล็กๆ นี้ เมื่อตักกินจะจืดสนิท หลุมและบ่อเล็กๆ มากมายหลายบ่อใกล้ๆ กันนั้น ทุกบ่อน้ำเค็มเหมือนน้ำทะเลทุกบ่อ เว้นไว้เฉพาะบ่อเล็กรูปรอยเท้าซ้ายและขวานี้เท่านั้นที่น้ำจืด ชาวประมงย่านนั้นเล่าว่า เป็นมาเช่นนี้นานนับร้อยปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายก็เล่าสืบต่อกันมาว่า เป็นรอยเท้าของหลวงปู่ทวดมาเหยียบไว้ เมื่อคราวมาพักเรือหลบมรสุม คราวเดินทางไปศึกษาที่กรุงศรีอยุธยา และเกิดขาดแคลนน้ำดื่ม จึงอธิษฐานบารมีเหยียบไว้ให้ลูกเรือตักน้ำในรอยเท้าของท่านดื่ม ความศักดิ์สิทธิ์และแรงอธิษฐานยังคงอยู่ถึงวันนี้ วันนี้น้ำในรอยเท้าทั้งสองยังคงจืดสนิทเป็นอมตะ สามารถพิสูจน์ได้ทุกเวลา ผู้เขียนและคณะเดินทางไปพิสูจน์ดื่มมาแล้ว ตักน้ำในรอยเท้าทั้งสองดื่มกันทุกคน บอกได้ว่า “จืดสนิท” ชาวบ้านเล่าว่า เมื่อพวกเขาต้องการน้ำมนต์ก็มาตักจากรอยเท้าของหลวงปู่ทวดนี้แหละเป็นน้ำมนต์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก นับเป็นปรากฏการณ์ที่พิสูจน์คำว่า “เหยียบน้ำทะเลจืด” ที่กล่าวขวัญสืบต่อกันมานานว่าข้อความนี้มิได้เกินความจริงแต่อย่างใด

“ปลาโลมาสีชมพู” อาศัยเป็นอยู่บริเวณ “อ่าวเสด็จ” หรือที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกแบบติดสำเนียงทองแดงจนเพี้ยนไปเป็น “อ่าวเตล็ด” ตั้งอยู่บริเวณเหนือสุดของอ่าวขนอมพฤติกรรมโดยทั่วไป ชอบอยู่บริเวณชายฝั่ง หรือบริเวณที่มีความลึกไม่เกิน 20 เมตร บริเวณที่โลมาอาศัยอยู่มักจะพบว่า ชายฝั่งทะเลนั้นจะมีป่าชายเลนอยู่ด้วยเสมอๆ แต่จะต้องอยู่ในบริเวณน้ำตื้นเท่านั้น โลมาสายพันธุ์นี้ชอบอาศัยประจำที่หรือมีการย้ายที่อพยพน้อยมากและอาศัยไม่ห่างจากชายฝั่งเกินระยะ 1 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้โดยง่าย โดยมักจะพบเห็นตั้งแต่ตอนเช้า จะอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 10 ตัว ว่ายน้ำช้า ประมาณ 4.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะดำน้ำประมาณ 40-60 วินาที ก่อนจะโผล่ขึ้นมาหายใจ เรือที่ใช้ล่องออกไปดูโลมานั้น ลักษณะเหมือนเรือของชาวบ้านที่ใช้หาปลา นั่งสบายสามารถจุคนได้ถึงลำละ 8 คน เรือจะนำนักท่องเที่ยวจอดลอยลำอยู่ใกล้กับจุดที่ฝูงโลมามักจะพากันออกมาว่ายน้ำ และทักทายนักท่องเที่ยวให้ได้ชมดู

หาดหน้าด่าน หาดทรายขาวน้ำใส

ถ้ำเขากรดหินงอกหินย้อยสุดอลังการ

ผาหินแพนเค้ก